แสงแดดมันมี 7 สีจริงๆนะ เราก็เคยเรียนมาว่าแสงที่เราเห็นเป็นสีขาวแท้จริงแล้วมันมี 7 สี จากการทดลองของนิวตัน เขาค้นพบว่า เมื่อให้แสงผ่านแท่งปริซึม ปรากฎว่าแสงสีขาวได้แยกออกเป็น 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง……ก็จำมาแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่เคยได้รู้ซึ้งเห็นจริงกับมันจริงๆซะที จนกระทั่งวันนึงเราไปนั่งอ่านหนังสือสอบใต้หอ แต่ขี้เกียจไปหน่อยก็เลยนั่งเหม่อลอยเรื่อยเปื่อย ตอนนั้นอากาศกำลังดี แดดไม่ร้อนเพราะมีก้อนเมฆบดบัง ลมก็พัดเย็นสบาย ภาพข้างหน้าที่เราเห็น คือต้นไม้ ใบหญ้า และผีเสื้อ ที่สงบนิ่งและเคลื่อนไวอยู่ภายใต้เงาของก้อนเมฆ สักพัก แสงแดดเริ่มสว่างขึ้น เมฆคงเคลื่อนคล้อยออกจากรัศมีดวงอาทิตย์ ปล่อยให้แสงของมันส่องตรงมายังพื้นผิวโลกอย่างไม่เกรงใจใคร ต้นไม้ ใบหญ้าที่เคยเป็นสีเขียวเข้มหม่นๆ ก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มสดใส และยิ่งสดเมื่อแดดยิ่งจัด ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดใสเจิดจ้าไปหมด เราก็คิดไปว่ามันต่างจากการปรับ brightness ใน photoshop หรือ โปรแกรมแต่งรูปทั้งหลาย (ที่เรามีความรู้เพียงน้อยนิด) เคยปรับเพิ่มความสว่างให้มีค่ามากๆ แต่ยิ่งมากรูปก็ยิ่งซีด เหมือนมันไปเพิ่มความสว่างที่เป็นแสงสีขาว แต่แสงแดดนี่ยิ่งจัดสียิ่งสด สีเขียวก็ยิ่งเขียวสด สีแดงก็ยิ่งแดงสด สีเหลืองก็ยิ่งเหลืองสด ทันใดนั้น….เราก็เหมือนรู้แจ้งเห็นจริงค้นพบความจริงของธรรมชาติ (ว้าววว) แสงแดดมันมี 7 สีจริงๆด้วย แต่ละสีของมันก็จะไปเพิ่มความสดใสให้สีนั้นๆของวัตถุไง โลกนี้จึงสดใสสวยงาม
เราก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วธรรมชาติมันให้อะไรเราได้มากมายถ้าเรารู้จักใช้เวลาอยู่กับมัน และชื่นชมมันบ้าง เคยมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เห็นดวงดาวส่องแสงระยิบระยับนับล้าน….อื่ม สวยจัง สวยมากๆ บางที่พระเจ้าอาจสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้มีความสุขกับการเฝ้ามองและชื่นชมในความงามของมันก็เป็นได้ แต่ทำไมเราถึงได้แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า และชื่นชมความงามของดวงดาวกันน้อยลง กลับไปมองแต่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเอาเวลาไปใส่ใจกับโลกของวัตถุ จนลืมชื่นชมความงามในธรรมชาติที่ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องดิ้นรน เราก็มีความสุขกับมันได้สบายๆ เพียงแค่หยุด แล้วมองดูมันสักนิด